บทความใหม่นี้เรื่องราวเบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านภูมิประเทศ การปกครอง วัฒนธรรม เศรษฐกิจต่างๆ ที่น่าสนใจ..ไปอ่านกันเล้ยย
Japan หรือ Nippon Japan เป็นชื่อเรียกที่ชาวต่างประเทศใช้เรียกประเทศญี่ปุ่น แต่จริง ๆแล้วชาวญี่ปุ่นนั้นจะเรียกประเทศของตนเองว่า Nippon หรือ Nihon ซึ่งในญี่ปุ่นเอง โดยNippon(にっぽん) จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการมากกว่า ซึ่งเราจะพบคำนี้ทั้งในเหรียญเยน และตราแสตมป์ นอกจากนี้ความหมายทั้ง 2 คำนี้ยังหมายถึงดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย ซึ่งเป็นคำเรียกประเทศญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยนั่นเอง ส่วนคำว่า "ญี่ปุ่น" ที่เรานำมาเรียกนั้น าจากการกร่อนเสียงของคำว่า Nippoh นั่นเอง
ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ทางตะวันออกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอฮอส์ค
เป็นเส้นแบ่งแดน ด้วยญี่ปุ่นมาเนื้อที่ 377,872 ตารางกิโลเมตร
ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นขนาดอันดับที่ 60 ของโลก
และประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ
เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ
เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา
ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ
ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น
ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือมากกว่า 128 ล้านคน
ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองหลวงคือโตเกียว ทั้งประเทศประกอบด้วยเกาะจำนวนมาก
โดยมีเกาะใหญ่ ๆ จากทางเหนือไปทางใต้คือ ฮอกไกโด (北海道) ฮอนชู (本州
เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด) ชิโกกุ (四国) และ คิวชู (九)ภูมิประเทศ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะต่าง ๆ กว่า 4,000 เกาะ
เรียงราย เป็นแนวยาวจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก
และตั้งอยู่ทาง ตะวันออก สุดของโลก จึงเป็นที่มาของชื่อ "
ดินแดนอาทิตย์อุทัย " จุดทางใต้สุดอยู่ที่เส้นรุ้ง ประมาณ 24 องศาเหนือ
และเหนือสุดที่ประมาณ 45 องศาเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 377,800 ตารางกิโลเมตร
ความยาวจากเหนือจรดใต้ ประมาณ 2,800 กิโลเมตร
ญี่ปุ่นมีขนาดเล็กกว่าไทยประมาณ 0.7 เท่า แต่มีประชากรมากกว่าประมาณ 2 เท่า
ญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะคือ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชิว
เกาะฮอนชู เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ยังแบ่งเป็น 5 ภาค เรียงจากเหนือลงมาคือ
โทโฮะกุ คันโต จูบุ คิงคิ และจูโงกุมีจังหวัดต่าง ๆ ทั้งหมด 47 จังหวัด (
Prefecture ) แบ่งเป็นเมืองต่าง ๆ รวมทั้งหมดมากกว่า 650 เมืองโดยมีโตเกียว
เป็นเมืองหลวง ของประเทศมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2411 พื้นที่ประมาณ 3 ใน 4
ของญี่ปุ่นจะเป็นภูเขาและเนินเขา ซึ่งอุดมไปด้วยป่าไม้
แม้ว่าความต้องการใช้ไม้จะมีมาก แต่การตัดไม้นั้นมีน้อย เนื่องจากญี่ปุ่น
หันไปนำเข้าไม้ราคาถูกจากต่างประเทศ แทนการทำลายป่า
| เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) | มีพื้นที่ | 83,000 | ตารางกิโลเมตร |
| เกาะฮอนชู (Honshu) | มีพื้นที่ | 231,000 | ตารางกิโลเมตร |
| เกาะชิโคกุ (Shikoku) | มีพื้นที่ | 19,000 | ตารางกิโลเมตร |
| เกาะคิวชู (Kyushu) | มีพื้นที่ | 42,000 | ตารางกิโลเมตร |
ด้านสังคม
ปัจจุบันนี้ครอบครัวญี่ปุ่นส่วนมากมีบุตรเพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้น
ผลก็คือ อายุเฉลี่ยของประชากรญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในปัจจุบันมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีจำนวน 20.014 ล้านคน
แต่มีประชากรที่มีอายุมากกว่า 64 ปีถึง 18.261 ล้านคน
ผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นอาศัยอยู่โดยลำพัง และคนหนุ่มสาวแต่งงานช้าลง
อายุเฉลี่ยของการแต่งงานของผู้ชายคือ 29.8 ปี และของผู้หญิงคือ 27.3 ปี
ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงต้องเรียนรู้วิธีการใหม่ ๆ
ที่จะช่วยเหลือให้ทั้งคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุใช้ชีวิตในสังคมสมัยใหม่วัฒนธรรมญี่ปุ่นประกอบขึ้นจากการผสมกัน
ระหว่างวัฒนธรรมเก่าและใหม่ วัฒนธรรม ทางตะวันตกและตะวันออก
ทางด้านอุตสาหกรรมก็เช่นเดียวกัน ยังมีร่องรอยของความ เป็นประเทศกสิกรรม
หลงเหลืออยู่ แม้ว่าความเจริญทางอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ผ่าน
มาจะทำให้ญี่ปุ่นได้แปรสภาพ เป็นประเทศที่มี ความก้าวหน้า ทางด้านอุตสาหกรรม
สูงสุดประเทศหนึ่งของโลก
การปกรอง
ญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาได้เข้ามามีอิทธิพลต่อระบบการปกครองภายในประเทศในหลายๆด้าน
ภายใต้นายพลดักลาส แมคอาเธอร์ ได้มีการจัดตั้งองค์กร สแคป (SCAP: Supreme
Command for the Allied Power) เพื่อทำภารกิจต่างๆให้บรรลุเป้าหมาย
คือ
-ปลดอาวุธทุกอย่างของญี่ปุ่นให้หมด ทำลายองค์กรทางทหารต่างๆ ทหารทุกคนที่ก่อสงครามต้องได้รับโทษคือประหารชีวิต อีกทั้งยังทำลายองค์การทางเศรษฐกิจที่ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็น Strong Army คือ ไซบัสซึทำให้ญี่ปุ่นเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ที่เขียนโดยทนายความชาวอเมริกัน และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ญี่ปุ่นไม่เคยฉีกเลย สาระสำคัญอยู่ที่มาตรา 9 ห้ามญี่ปุ่นมีกองทัพเรือ/ทัพบก/ทัพอากาศทั้งสิ้น ประชาชนคือองค์อธิปัตย์ของชาติ โดยมอบอำนาจนั้นผ่านทางสภา Diet รัฐสภานั้นเป็นแบบ 2 สภาคือสภาสูง และสภาล่าง (ส.ส. และ ส.ว.) ที่มาจากการเลือกตั้ง
ตั้งแต่ปี 1952 อเมริกาถอนทหารออกไป เริ่มมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา พรรคที่มีบทบาทคือพรรค LDP ครองอำนาจมากกว่า 50 ปี กระทั่งแพ้การเลือกตั้งในช่วงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด (2009) โดยนับจากนี้ไปการปกครองแบบชาติที่มั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการทหาร มาเป็น Rich Nation เพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นความมั่งคั่งที่เพิ่มเข้ามาในหลายๆด้าน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข คมนาคม เทคโนโลยี การวิจัยต่างๆ ทำให้ประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาก ด้วยเหตุนี้ ก็ทำให้คนญี่ปุ่นไม่มีการประท้วงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
-ปลดอาวุธทุกอย่างของญี่ปุ่นให้หมด ทำลายองค์กรทางทหารต่างๆ ทหารทุกคนที่ก่อสงครามต้องได้รับโทษคือประหารชีวิต อีกทั้งยังทำลายองค์การทางเศรษฐกิจที่ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็น Strong Army คือ ไซบัสซึทำให้ญี่ปุ่นเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ที่เขียนโดยทนายความชาวอเมริกัน และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ญี่ปุ่นไม่เคยฉีกเลย สาระสำคัญอยู่ที่มาตรา 9 ห้ามญี่ปุ่นมีกองทัพเรือ/ทัพบก/ทัพอากาศทั้งสิ้น ประชาชนคือองค์อธิปัตย์ของชาติ โดยมอบอำนาจนั้นผ่านทางสภา Diet รัฐสภานั้นเป็นแบบ 2 สภาคือสภาสูง และสภาล่าง (ส.ส. และ ส.ว.) ที่มาจากการเลือกตั้ง
ตั้งแต่ปี 1952 อเมริกาถอนทหารออกไป เริ่มมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา พรรคที่มีบทบาทคือพรรค LDP ครองอำนาจมากกว่า 50 ปี กระทั่งแพ้การเลือกตั้งในช่วงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด (2009) โดยนับจากนี้ไปการปกครองแบบชาติที่มั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการทหาร มาเป็น Rich Nation เพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นความมั่งคั่งที่เพิ่มเข้ามาในหลายๆด้าน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข คมนาคม เทคโนโลยี การวิจัยต่างๆ ทำให้ประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาก ด้วยเหตุนี้ ก็ทำให้คนญี่ปุ่นไม่มีการประท้วงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เศรษฐกิจ
ญี่ปุ่นเริ่มมีการสร้างความมั่งคงในชาติ
โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นนั้นเป็นชาติที่ลอกเลียนแบบเก่งเวลาไปศึกษาดูงานที่ใดก็ตาม
ก็จะแบ่งคนไปศึกษาที่ละส่วนให้เข้าใจ จากนั้นเมื่อกลับมาแล้ว
ความรู้ที่ได้แต่ละคนก็จะนำกลับมารวมกัน จนกลายเป็นเครื่องมือต่างๆ
หรือเครื่องจักรต่างๆในโรงงานอุตสาหกรรม
ความมั่งคั่งของคนญี่ปุ่นอยู่ที่การตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งในและนอกประเทศ
และเมื่อมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก รัฐบาลก็สนับสนุนเป็นนโยบายอุตสาหกรรม (Industrial
Policy) โดยรัฐก็จะเข้าไปอุดหนุน (Subsidy) โดยการวางระบบยุทธศาสตร์ในการกำหนดรูปแบบของนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ
เช่นอุตสาหกรรมถ่านหิน รัฐก็เข้าไปอุดหนุนโดยการลดภาษีวัตถุดิบ
ทั้งหมดทั้งมวลก็ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติที่มีความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจอย่างมาก
P.S. 1ข้อมูลในบทความนี้ถือว่ามีความละเอียดคร่าวๆ ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากนัก เพียงแค่อยากให้รู้จักข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นเองค่ะ ขอบคุณในการแวะเวียนมาอ่านนะคะ ><
P.S.2 ติ ชมวิจารณ์ได้ตามความเหมาะสม ยินดีนำไปปรับปรุงค่ะ
.....NATTAMONN_CH
ขอบคูณข้อมูลและรูปภาพในการเรียบเรียง
http://www.educatepark.com
https://narupol.wikispaces.com
https://www.gotoknow.org/posts
https://www.ilovetogo.com/Article/




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น